charity

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2556

posted on 15 May 2013 12:48 by dhamweb in charity directory Travel, Diary
ทริปบินเดี่ยวไปกับสายลม คือการเดินทางเพื่อแบ่งปันรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวไทยบนดอยสูง ไปกันมาหลายรอบจนไม่แน่ใจว่าเป็นทริปที่เท่าไร บางทริปก็มีบันทึกไว้ในหน้าบล็อก "บินเดี่ยวไปกับสายลม" บางทริปก็ไม่มีปรากฏ ดังนั้นทริปครั้งนี้จึงใช้ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นเครื่องหมายเพื่อกำหนดรู้ถึงวาระแห่งการเดินทาง
 
ผู้ร่วมการเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วยสี่ชีวิตคือ ข้าพเจ้า หลวงพี่เชอร์รี่ หลวงพี่เล็ก และโยมวิทย์ ระยะเวลา ๕ วัน ตั้งแต่ ๒๑ - ๒๕ เมษายน ๒๕๕๖
 
ครั้งนี้ได้ตัดต่อวีดีโอแทนการบรรยายด้วยภาพ ขอเชิญชมกันได้เลย (ทริปนี้มีชื่อเล่นว่า เพียบแปล้ ตะลุยดอย เพราะขนคนขนของไปเกินพิกัด เพียบแปล้จนรถแหนบหักเลยทีเดียว)
 
 
ภาพส่วนมากอยู่ที่ Google Plus ตามลิงก์นี้ไป
 
รายชื่อผู้ร่วมทำบุญ และงบประมาณตลอดทริปนี้
 
 
หลังจากกลับมาแล้ว มีภารกิจเพิ่มเติมคือหารองเท้านักเรียนให้เด็กๆ ที่บ้านห้วยมะน้ำ
ภาพการนำรองเท้านักเรียนและถุงเท้าไปถวายพระอาจารย์ฮวดที่ขนส่งหมอชิตเพื่อนำไปแจกเด็กๆ บนดอย ดูได้ที่ ตามลิงก์นี้ไป
 
ได้รองเท้าจาก PAN ๑๒๐ คู่ พร้อมถุงเท้า ๓๖๐ คู่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง รายละเอียดดูใน sheet
 
 
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ร่วมบุญ และขอให้ทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่านได้โปรดอนุโมทนาเทอญ
บุญรักษาครับ
 
เอนทรี่ก่อนหน้า แนะนำหลวงพี่ใจดี ให้รู้จักกันไปแล้ว ตอนนี้มาส่งข่าวว่ากำลังพิมพ์เป็นเล่มครับ เล่มบางๆ เล่มละ ๑ ตอน สั่งพิมพ์ไปแล้ว ตอนละ ๑ พันเล่ม
รายละเอียดไปดูได้ที่เว็บ มหาโอ๊ทดอทคอม ตอน บอกบุญสร้างหนังสือธรรมะ ชุดหลวงพี่ใจดี สอนธรรมได้ครับ
 
จากนี้ไปเป็นการทวีตรัวๆ บอกบุญ
 
บุญรักษาครับ
ช่วงนี้เป็นฤดูนิยมถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนเนื่องจากใกล้จะเข้าพรรษาแล้ว นำคำถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนมาฝาก
 
นักเรียน ร.ร.วัดใหญ่ชัยมงคล ถวายเทียนพรรษา ณ วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา

คำถวายเทียนพรรษา

อิมัง ภันเต พุทธปูชายะ วัสสะคะตัง ปะทีปัง สังฆัสสะ (ถ้าถวายแก่แม่ชีว่า สีละวันเตสัง) 
โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต อิมัง วัสสะคะตัง ปะทีปัง ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัญจะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ เปตานัง สัพเพสัญจะ เทวะตานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.


แปล

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ซึ่งเทียนประจำพรรษาเล่มนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชา แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ (ถ้าถวายแม่ชีว่า แด่ท่านผู้ทรงศีล ขอท่านผู้ทรงศีลจงรับ) ซึ่งเทียนประจำพรรษาเล่มนี้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่บิดามารดา ญาติสาโลหิตมิตรสหายที่ล่วงลับไปแล้ว ยังปรโลกด้วย กับเทพยาดาทั้งหลาย ทั้งปวง สิ้นกาลนาน เทอญ.

คำถวายผ้าอาบน้ำฝน

อิมานิ มะยัง ภันเต 
วัสสิกะสาฏิกานิ สะปะริวารานิ 
ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ 
สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ 
อิมานิ วัสสิกะสาฏิกานิ สะปะริวารานิ 
ปะฏิคคันหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ 
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าอาบน้ำฝนกับบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ 
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับผ้าอาบน้ำฝนกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย 
เพื่อประโยชน์สุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ)
 
บุญรักษา

หายหน้าหายตาไปจากวงการบล็อกเป็นเวลากว่า ๑ เดือน เรียกว่าเป็นช่วงดองบล็อกมาราธอนที่สุดเท่าที่เคย เหตุเป็นเพราะ ๑ ไปต่างจังหวัด ๒ ย้ายกุฏิใหม่พึ่งติดตั้งอินเทอร์เน็ต ๓ ระบบโทรศัพท์ที่วัดขัดข้อง เลยออนไลน์ได้เฉพาะผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น งานการด้านออนไลน์เลยแทบไม่ได้แตะเลยทีเดียว

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานอกจากไป หมู่บ้านสบลาน แล้ว ยังมีโอกาสเดินทางไปแม่ฮ่องสอนด้วย คือได้รับนิมนต์จากสถาบันอาศรมศิลป์ให้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับปกาเกอะญอ ในการลงพื้นที่ศึกษาวิชาสุนทรียะ และวิชาถอดรหัส ที่บ้านแม่กองคา อ.สบเมย

แต่ว่าเรื่องราวระหว่างเชียงใหม่ ถึงแม่กองคานั้น มีอะไรน่าจดจำและนำมาเขียนไว้ในบล็อกนี้ด้วย คือหลังจากที่ร่วมประชุมตั้งโรงเรียนที่สบลานเสร็จได้เดินทางไปแม่ฮ่องสอนก่อนที่คณะจากอาศรมศิลป์จะมาถึง ใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า อยากไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ เพราะหลวงพี่เอท่านรับไปจำพรรษายังโตแฮ ที่ได้สร้างที่พักสงฆ์ไว้เมื่อคราว "บินเดี่ยวไปกับสายลม 1.0"  แต่โดยไม่คาดคิด หลวงพี่เชอร์รี่ที่แยกย้ายกันไปหลังจาก "บินเดี่ยวไปกับสายลม 2.0" เมื่อต้นปี ท่านกำลังตระเวนดอยอยู่ทางแม่ฮ่องสอนพอดี

ไปแม่ฮ่องสอนคราวนี้ก็เช่นเคย ได้อาศัยวัดจอมทองหนึ่งในพระธาตุสี่จอมแห่งแม่สะเรียงเป็นที่พักและเตรียมตัวตะลุยดอย โดยได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากครูบาอินสม เจ้าคณะอำเภอสบเมย เจ้าอาวาสวัดจอมทอง และโดยเฉพาะหลวงลุงสุพล เลขาของครูบา ได้เตรียมการต้อนรับอย่างดียิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณทั้งสองท่านด้วยความเคารพยิ่ง

 หลวงพ่อโตยอดเขาวัดจอมทอง

พักรอหลวงพี่รี่คืนหรือ ๒ คืนไม่แน่ใจแล้ว หลวงพี่รี่ พร้อมด้วยพระอาจารย์ตือ ท่านก็ลงดอยมาด้วยรถที่สภาพไม่น่าจะรอดลงดอยมาได้ มาสด้าแฟมีเลียเก่าๆ โทรมๆ ที่ต่อมาได้ฉายาว่าเจ้า "เพียบแปล้ ตะลุยดอย"

 เพียบแปล้ ตะลุยดอย

หลังจากเปิดโอาสให้ท่านรี่ได้พักทั้งพระ พักทั้งรถ พร้อมทั้งเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อไปตะลุยดอยกันต่อ วันที่ ๙ พฤษภาคม ฤกษ์สะดวก ยามสบาย พวกเรา หมายถึงหลวงพี่รี่ พระอาจารย์ตือ และมหาโอ๊ท ก็พากันขนอุปกรณ์ขึ้นรถอีกครั้ง ของที่ขนไปนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถขนขึ้นไปยัดทะนานอยู่บนรถคันเล็กๆ ได้หมด ทั้งน้ำแข็งร่วมร้อยกิโล ถังแก็สหุงต้มขนาด ๑๕ กิโล ๒ ถัง ขนมปังหั่นแล้วจำนวนมาก น้ำแดงอย่างดีอีกเป็นลัง ชาโบราณ นมข้นหวาน นมจืด ปลาทูเค็มหลายลัง กุนเชียงอีกหลายกิโล ต้นไม้ต้นไร่ และอะไรๆ อีกก็ไม่ทราบ มันลานตาไปหมด ขนกันจนเพียบแปล้ ซึ่งก็เป็นที่มาของฉายาของรถคันเก่งคันนี้นี่เอง

พระอาจารย์ตือบนหลังคาเจ้าเพียบแปล้

พระอาจารย์ตือถึงกับต้องปีนไปผูกของบนหลังคา สังเกตหลังคาแอ่นน่ากลัวทีเดียว

หลังรถเพียบสมชื่อ เหลือที่ว่างนิดเดียว

ด้านในก็เต็มเอียด ตรงที่ว่างนั้นเว้นไว้ให้พระอาจารย์ตือนั่งตามความประสงค์ของท่าน

ขนมปังจำนวนมาก

อาวุธหลัก ขนมปังหั่น เต็มรถ

รถพร้อม กายพร้อม ใจพร้อม บินเดี่ยวจึงได้เดินทางไปกับสายลมอีกครั้ง ภารกิจครั้งนี้คือ ไปส่งพระอาจารย์ตือที่จะไปจำพรรษาที่บ้านทิฮือลือ ไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ แวะเยี่ยมเยียนพระธรรมจาริกตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ผ่านพร้อมกับนำของอร่อยๆ หายากมากๆ บนดอย คือ "ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" ไปเลี้ยงเด็กๆ พร้อมด้วยนำเอกสารสิทธิ์ของวัดบ้านซีวาเดอไปส่งให้พ่อหลวง หรือผู้ใหญ่บ้าน

"ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" พวกเราๆ ที่อยู่กันในเมืองคงคิดว่าธรรมด๊า ธรรมดา แต่บนดอยไม่ใช่ธรรมดาเลยครับ เชื่อหรือไม่บางคนไม่เคยทานเลยตลอดชั่วชีวิต ก็จะมีใครบ้าเลือดขนาดพวกเราที่ลงทุนขนน้ำแข็งขึ้นไปบนดอยสูงเสียดฟ้า ไกลลิบเกือบหลุดเขตประเท